วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554

แก้ไวรัสซ่อน Folder+สร้างshortcut (FlashDrive และ Harddisk Ex) ผมเรียกมันว่า ” ไวรัสไอ้แมงมุม”

 การแก้ไขในแบบฉบับอาตมาเอง (XP + No antivirus )







 
ผมถือว่ามาเล่าสู่กันฟัง  ใครฆ่าไวรัสได้ – ไม่ได้ ผมไม่รับผิดชอบนะ  ผมเพียงแต่พูดคุย/แนะนำเท่านั้น ไวรัส
รัสตัวนี้คาดว่าจะเป็นตัวใหม่ เพราะสามารถหลุดจากการจับของ โปรแกรม พวก USB Guard ต่างๆได้ และ Antivirus หลายตัวไม่เจอ หรือ ไม่จับเอง ต้องมีการ Scan จนเจอถึงจะจับให้  หรือ เครื่องที่ไม่ค่อยอัพเดทไวรัส ฯลฯ
  หลักการทำงานของมัน (ในตัวที่ผมโดน) คือ ซ่อนโฟเดอร์ต่างๆใน FlashDrive ของเรา แล้วสร้าง Shortcut ขึ้นมา ถ้าเราคลิกขวาที่ Shortcut แล้วเลือก Properties >> Find taget จะพบ ตำแหน่งที่ ยาวเหยียด ไปทาง C:/windows/system32….หรือ C:/windows32  หรือแค่ว่างเม้าท์ที่ Shortcut ก็จะแจ้งไปที่  C:/windows/system32 หรือ C:/windows32  ประมาณนี้แหละ(จำผิดจำถูกไม่รู้  รู้แต่ว่า ตัวไวรัสมี 3 ตัว และหนึ่งในนั้น ชื่อ windows32.exe) ก็แสดงว่าท่านผู้อ่านเจอไวรัสตัวที่ผม โดน ตัวเดียวกัน เฮ้อๆ..
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับไวรัสตัวนี้
1. ส่วนใหญ่แล้ว ตัวไวรัสจะอยู่ที่ C:\Documents and Settings\Administrator\Application Data (มี3 ตัว จะยังไม่พูดถึง) ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน windows แต่สามารถเข้าไปดูตำแหน่งที่แน่นอนของมันได้ โดย Start > run  แล้วพิมพ์ msconfig เลือกดูแทป StartUp ดูที่ StartUp item มันจะชื่อ Windows32  แล้วดูตรง Command จะทราบตำแหน่งของไฟล์ที่แน่ชัด
2. มันจะอยู่ใน RECYCLER ของ FlashDrive มีไอคอน เป็นรูป ไอ่แมงมุม (110KB)พร้อมทั้งไฟล์ไวรัส บริวารของมัน อีก 4-6 ไฟล์(ใช่หมด) ถ้ามีโปรแกรม Antivirus ที่อัพเดทตลอดจะสามารถกำจัดได้ง่าย  บางครั้งก็ลบโดยตรงได้ บางครั้งก็ลบไม่ได้(คือลบแล้วก็สร้างใหม่ตลอด)
 





 

เล่าให้ฟังขำๆสำหรับผมที่ไม่ค่อยมีความรู้เท่าไหร่ แต่อยากฆ่าไวรัสตัวนี้มาก เพราะมันกวนทีนสุดๆ ซึ่งมันจะซ่อนโฟเดอร์ของเรา แล้วสร้าง Shortcut มา โดยถ้าเราเปิดมัน จะมี Internet Explore เข้าเวปอะไรไม่รู้  หนำซ้ำ โฟเดอร์ที่มันซ่อน ยังซ่อนในระดับ 2 (ระดับไฟล์ของ system ) แค่นั้นยังไม่พอ มันยังไม่ให้ตู ยกเลิกการ Hide อีก จนต้อง Format  Flashdrive หลายครั้ง (แค้น) ที่ทำบทความนี้ ไม่ใช่แค่บอกวิธีแก้ แต่อยากระบายด้วย หุหุ
การแก้ไข
1.ต้องกำจัดไวรัสในเครื่องให้หมด เพราะถ้ามันไม่ตาย เสียบ Flashdrive ก็จะเป็นเหมือนเดิมอีก แม้ว่าจะ Format Flashdrive ไปแล้ว
2.กำจัดพาหะไวรัสที่อยู่ใน Flashdrive ไม่ให้กลับมาติดเครื่องเราอีก
เริ่มซะที (ตามวิธีของผม คนอื่นไม่เกี่ยว เพราะผมไม่มี Antivirus สักตัวและใช้ winXP)
1. Start > run  แล้วพิมพ์ msconfig เลือกดูแทป StartUp ดูที่ StartUp item มันจะชื่อ Windows32  แล้วดูตรง Command จะทราบตำแหน่งของไฟล์ที่แน่ชัด(จำไว้)  เอาเครื่องหมายถูก ออก ป้องกันมัน run ตอนเข้า windows
สำหรับเครื่องผมคือ C:\Documents and Settings\Administrator\Application Data พอเข้าไปตามนั้นก็จะเจอไฟล์ 2 ไฟล์คือ 1C.tmp และ windows32.exe  ลองลบดูก็ได้ ถ้าลบได้นะ  (แต่มันจะลบไม่ได้ เพราะมัน Run อยู่ (windows32.exe)) *บางครั้งถ้ามันซ่อนอยู่ต้องทำตามขั้นตอนที่3ก่อนถึงจะมองเห็น











2. ให้ restart  เครื่องแล้วกด F8 รัวๆ เพื่อเข้า windows แบบ SafeMode แล้วเข้าไปที่ C:\Documents and Settings\Administrator\Application Data (สำหรับเครื่องผม) จะเจอ ไฟล์ต้องสงสัย 3 ไฟล์  จากที่เห็นตอนแรก 2 ไฟล์  *บางครั้งถ้ามันซ่อนอยู่ต้องทำตามขั้นตอนที่3ก่อนถึงจะมองเห็น
 













ซึ่งผมคาดเดาว่ามันอาจจะเปลี่ยนชื่อไปเป็นอย่างอื่นได้ แต่ที่แน่ๆ ไอ่แมงมุมมันโผล่มาแว้ว (มันมาได้ไงวะ)  ทำการลบทิ้งได้  (ถ้ามี antivirus อาจจะจับแล้ว)
3. ทำการเปลี่ยนโฟเดอที่ซ่อนให้ กลับมามองเห็นดังเดิม   โดยหลายคนไม่รู้ว่า การซ่อนไฟล์ มี 2 ระดับ คือ ระดับทั่วไป และระดับไฟล์ระบบ ซึ่งไวรัสตัวนี้จะซ่อนในระดับไฟล์ระบบ  โดยให้แก้ไขดังนี้  ที่หน้าต่าง Explore ไปที่ Tools > Folder Options ที่แทป View เลือกดังภาพ เลือก Show hidden files and folder..และ เอาเครื่องหมายถูก  ออกหน้า Hide.. ทั้ง 2 อัน ซึ่งอันแรก คือการซ่อนนามสกุลไฟล์ (เปิดไว้เพื่อใช้ในขั้นตอนต่อไป)  และอันที่ 2 คือการยกเลิกการซ่อนแบบไฟล์ระบบ
 


















แต่ถ้าใคร ทำตามนี้แล้ว ยังไม่เห็นโฟเดอร์ที่หายไป  ต้องดาวโหลดตัวนี้ไปช่วยครับ  คลิกที่นี่  แกะzipก่อนแล้ว ดับเบิ้ลคลิกก็เสร็จสิ้น สามารถโชว์ไฟล์ได้ (สาเหตุเพราะบางครั้ง มีไวรัสบางตัวไปทำให้เครื่องไม่สามารถ Show hidden files ได้ ถึงแม้จะไปปรับตามด้านบนแล้ว เพราะไวรัสจะไปแก้ไขค่า registry ของเครื่อง ให้ใช้เครื่องมือที่ให้ไปช่วยครับ)
4. คลิกขวาที่พื้นที่หน้าจอว่างๆ เลือก New >  Text Document  เปิดเข้าไป พิมพ์คำว่า attrib/D /S -S -H *.*
แล้วrename ไฟล์ โดยใช้ ชื่อไรก็ได้.bat  เช่น   ยกเลิกซ่อนไฟล์.bat  เป็นต้น  มันจะถาม ให้เราตอบ yes ก็จะได้  ไอค่อนจะเป็นสีดำๆ  แสดงว่าถูกต้องแล้ว  หรือใครทำไม่เป็น ก็ดาวโหลดที่นี่ ก็ได้
5. นำไฟล์ที่ได้ ไปใส่ไว้ใน Flash Drive ของเราที่โดนไวรัสรับประทานนั้น  แล้ว ดับเบิ้ลคลิก  รอจนกว่าหน้าต่างสีดำๆ จะหายไป  โฟเดอร์ส่วนใหญ่จะโผล่มา แต่จะมีบางไฟล์ บางโฟเดอร์ ไม่โผล่ ซึ่งมันจะแจ้งในหน้าต่างสีดำๆนั้นแหละ  ซึ่งให้สันนิฐานไว้ว่า เป็นไฟล์ระบบที่กำลังทำงานอยู่ หรือ ไฟล์ไวรัสที่ทำงานอยู่ (ส่วนใหญ่คือไวรัส) โดยมีวิธีแก้ง่ายๆ 2 แบบที่จะแนะนำคือ 1) ไม่ต้องทำอะไรกะมัน แต่ก๊อปปี้ไฟล์และโฟเดอร์เก็บไว้ในเครื่องเราก่อนให้หมด  แล้ว Format FlashDrive ซะเลย  ไวรัสเดี๊ยงแน่นอน   หรือ 2) เอา Flash Drive ไปแสกนไวรัสในเครื่องที่มี Antivirus ที่ดีๆ  ที่อัพเดทล่าสุด  และที่สำคัญสามารถฆ่ามันได้
6.ทดลองกลับไปกลับมา ให้แน่ใจว่า ไวรัสในแฮนดี้ หรือ เครื่องไม่มีแล้ว เพราะมันจะติดกลับไปกลับมาได้ ถ้าไม่ฆ่าทั้ง 2 แหล่ง

การป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับไวรัสประเภทนี้(ซึ่งต่อไปคงจะเจอแนวนี้อีกเยอะอยู่นะ)
1. ปิดการ Autorun ของ Flash drive (หาได้ตาม Google ทั่วไป) เพราะถ้ามันอยู่ FlashDrive ของเรา แค่เสียบในเครื่อง พอมันrun โชว์ ขึ้นมาก็ติดทันที และพวก usb guard ก็ช่วยไม่ได้ซะด้วย
2. หา Antivirus ดีๆ อัพเดทสม่ำเสมอ มาใส่เครื่อง
3. อันดับสุดท้าย สิ่งที่ต้องทำคือ แสกนไวรัส Flash drive ทุกครั้ง โดยเฉพาะ โฟเดอร์ RECYCLER (สามารถหาเจอ ถ้าเข้าไปเปิด Show ใน Folder option)
*สำหรับการฆ่าไวรัส ใน Harddisk EX *
ต้องใช้ Antivirus ที่อัพเดทล่าสุดและสามารถฆ่าได้ ผมทดลองแล้ว Bitdefender ฆ่าได้  ตัวอื่นๆไม่มีให้ลองคับ หาดูเอาเองคับ  วิธีเร็วที่สุดก็คือ Show Hidden files ก่อนแล้ว คลิกขวาที่ RECYCLER  แล้วเลือกให้ Scan virus เลย  เพราะถ้าแสกนทั้งหมด คงนานมาก ( HDD นะ ไม่ใช่ FlashDrive)

ไวรัสแอบแฝงที่เจออีกตัว มันชื่อว่า jwgkvsq.vmx ซึ่งไม่รู้ว่ามันมีความเกี่ยวข้องยังไงกับไวรัสตัวนี้  แต่ที่แน่ๆ มันสร้าง Autorun.inf  บวกกับทำให้ไม่สามารถ โชว์ ไฟล์ที่ซ่อนได้  แต่ Antivirus ส่วนใหญ่น่าจะฆ่าได้  (*แต่ถ้าไม่มี Antivirus จะลบไม่ได้เลย  เดาว่าเป็นอีกตัวหนึ่ง)







สุดท้ายนี้ คาดว่าผู้ที่เจอปัญหาเดียวกับผมน่าจะแก้ไขได้(แต่ไวรัสอยู่ในเครื่องอีกหรือไม่ ผมไม่รู้นะ)  แต่ก็คิดว่าไวรัสแบบนี้น่าจะมีหลายสายพันธุ์ และมีการพัฒนาอยู่ ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ อาจจะไม่สามารถฆ่าไวรัสได้ด้วยวิธีด้านบน(เด๊ะๆ) แต่สามารถนำวิธีการไปประยุกต์ใช้เพื่อฆ่าไวรัสตัวนี้(ที่กลายพันธุ์) หรือตัวอื่นๆ ได้ในระดับหนึ่งครับ และสำหรับแนวทางกว้างๆ หลักการกำจัดไวรัส Shortcut และไวรัสตัวอื่นๆแนวนี้ ลองเข้าไปอ่านต่อดูนะครับ

**บทความนี้ไม่รับประกันความสำเร็จ แต่เป็นอีกทางหนึ่งที่ให้ทุกท่านได้ ลองดูคับ **
จาก  Jchay  Webmaster   (http://sasukrongkwang.com  และ http://rkphc.ronghosp.org) 

วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Blue Screen ภาค2


ต่อจากภาคแรก ได้ข้อมูลมานานละจากใครก็ไม่รู้ ต้นฉบับเป็นใครก็ไม่รู้ เฮ้อ.. ยังไงก็ขอขอบคุณและขออภัยผู้นำมาเผยแพร่เป็นวิทยาทานครั้งแรกด้วยนะครับ อย่างที่ได้กล่าวไปตอนก่อน STOP: 0x0000007B (0xF741B.........) ซึ่งจะกล่าวได้ว่า ในส่วน0x0000007B ก็คือโค๊ดที่เราจะนำมาหาว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับคอมของเรากันแน่..อืม ซึ่งต่อไปนี้จะใช้คำว่า error code ต่อด้วย ชื่อ code ละกันนะครับ เช่น error code 0x0000007B และต่อด้วยสาเหตุและวิธีการแก้ไข เป็นต้น

error code


Error Code 0x0000000A
ส ำหรับรหัสความผิดพลาดตัวแรกนี้ โดยปกติแล้วจะเกิดจากไดรเวอร์บางตัวที่เข้าไปใช้ตำแห น่งแอดเดรสของหน่วยความจำไม่ถูกต้อง รวมทั้งการไม่สนับสนุนกันระหว่างอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และ ตัวซอฟต์แวร์ไดรเวอร์ด้วย หากความผิดพลาดนี้ถูกแจ้งขึ้นมาระหว่างการติดตั้งวิน โดวส์นั้น ให้เข้าไปปิดฟีเจอร์ Plug & Play ,All Shadowing, Bios virus protection และ All Caching ในไบออส ถ้าอุปกรณ์บางชิ้นของคุณเก่าเกินไป แนะนำให้เข้าไปที่เว็บ http://www.microsoft.com/hcl เพื่อตรวจสอบรายชื่อของฮาร์ดแวร์ที่ผ่านการรับรองจาก ไมโครซอฟท์ด้วย แต่ถ้าความผิดพลาดนี้เกิดขึ้นหลังจากใช้งานวินโดวส์ใ ห้คุณปิดโปรแกรม Antivirus แล้วเลือกบูตด้วยแผ่นติดตั้งวินโดวส์ เพื่อซ่อมแซมไฟล์ด้วยตัวเลือก “R” และย่าลืมใช้ฟีเจอร์ Roll back driver ระหว่างขั้นตอนนี้ด้วย

Error Code 0x000000EA

ความผิดพลาดน ี้มักเกิดขึ้นตอนที่คุณเล่นเกมหรือ ใช้โปรแกรมดูหนังติดต่อกันเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะผู้ใช้การ์ดแสดงผลของ nVIDIA และติด ตั้งไดรเวอร์ Nv4.sys ลงไป จะเกิดปัญหานี้ขึ้น สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ ไปที่ Device Manager และดูว่าภายใต้หัวข้อ Display adapters มีรายชื่ออุปกรณ์มากกว่าหนึ่งตัวหรือไม่ถ้ามีให้ลบตั วที่ไม่ได้ใช้ออกไป และให้เข้าไปดาวน์โหลดไดรเวอร์ของชิปดังกล่าวจากเว็บ ไซต์ nVidia มาติดตั้งใหม่อีกครั้ง

Error Code 0x0000001E

รหัสความผิดพ ลาดนี้จะขึ้นมาระหว่างการติดตั้งวินโดวส ์ หากคุณเผลอไปรีสตาร์ตเครื่องตอนที่โปรแกรมติดตั้งกำล ังทำงานอยู่ละก็ อาจเกิดความผิดพลาดนี้ได้ ส่วนใหญ่จะมีปัญหากับเครื่องที่มีฮาร์ดดิสก์ไม่พอเพร าะไม่สามารถเขียนไฟล์แบ็กอัพหลังเกิดความผิดพลาดเกิน ไปได้ วิธีแก้ปัญหาให้ติดตั้งวินโดวส์ลงไปใหม่ในดิสก์ที่มี เนื้อหาที่ว่างพอ อัพเดตไบออสด้วยหากเมนบอร์ดของคุณใช้ไบออสที่มีเวอร์ ชั่นเก่าเกินไป

Error Code 0x000000ED

ป ัญหานี้เกิดขึ้นได้บ่อยกับ IDE ดิสก์ที่มีระบบไฟล์แบบ NTFS แล้วอนุญาตให้ทำดิสก์แคชบนฮาร์ดิสก์ได้ โดยรูทีนที่ใช้ทำ Caching บนดิสก์ เกิดความผิดพลาดในการเขียนข้อมูลที่นอกเหนือลงไปบนพื ้นที่สงวนดังกล่าว การแก้ปัญหาเบื้องต้นอาจใช้คำสั่ง chkdsk /rจากหน้าต่าง Recovery console ( บูตจากซีดีแล้วเลือกคำสั่ง “R” เพื่อเปิดหน้าต่าง Recovery) และถ้าหากคุณใช้ Service Pack เวอร์ชันเก่า แนะนำให้อัพเดตเป็นตัวใหม่ทันที

Error Code 0x000000D1

หากคุณก ำลังสั่งชัตดาวน์เครื่องขณะที่มีอุปกรณ์ USB เชื่อมต่อหรือกำลังทำงานอยู่ อาจเกิอข้อความแสดงความผิดพลาดแบบนี้ขึ้นมา เพราะ OHCI ( Open Host Control Interface) ที่ควบคุมการโอนถ่ายข้อมูลของอุปกรณ์ USB ทำงานผิดพลาด ซึ่งถ้าเครื่องของคุณติดตั้ง Service Pack 2 ของวินโดวส์ เอ็กซ์พี ให้ข้ามข้อนี้ไปได้เลยแต่สำหรับผู้ที่ยังใช้ Service Pack 1 และต้องการแก้ไขเฉพาะส่วนนี้เท่านั้น ให้ดาวน์โหลดไฟล์อัพเดตของ usbohci.sys ได้จากเว็บไซต์ http://support.microsoft.com/kb/322389/EN-US

Error code 0xc000026C/ 0xc0000221

เ มื่อคุณรีสตาร์ตเครื่องใหม่ และพบข้อความ “ Unable to load device driver” พึงเข้าใจไว้เลยว่ามาจาก Error code ทั้งสองตัวนี้ สาเหตุนั้นมาจากไฟล์ device driver (.sys) ของอุปกรณ์ได้รับความเสียหายหรือไม่พบไฟล์เหล่านี้ วิธีแก้ไขให้บูตเครื่องจากแผ่นแล้วให้ซ่อมแซมไฟล์ (‘R’) พิมพ์ cd windows\system32\drivers ที่หน้าต่าง Recvery และให้แก้ไขชื่อไฟล์ไดรเวอร์ที่ได้รับความเสียหายโดย พิมพ์ ren drivername.sys drivername.bak (drivername คือชื่อไฟล์ไดรเวอร์ที่ได้รับวความเสียหาย;) จากนั้นก๊อบปี้ไฟล์ไดรเวอร์จากแผ่นซีดีติดตั้งตั้งลง ไปโดยพิมพ์ copy cd-rom:\i386 drivername (cd-rom: คือไดรเวอร์ที่ติดตั้งซีดีรอม;)

Error Code C00D1199

เ ป็นรายงานความผิดพลาดจากโปรแกรม Windows media player ซึ่งแสดงว่ามีปัญหาเกิดขึ้นกับไฟล์ออดิโอหรือไฟล์มีเ ดียโดยไฟล์มีเดียดังกล่าวอาจไม่ได้รับการสนับสนุนจาก โปรแกรมรวมทั้งตัว Codec ที่ใช้คลายสัญญาณบีบอัดของ Windows Media Player ก็อาจไม่รองรับกับอัลกอริทึมที่ใช้ในการบีบอัดไฟล์เห ล่านั้นได้ ทางแก้ที่ง่ายทีสุดคือ ติดตั้ง plug in เพิ่มลงไป หรืออัพเกรดเป็นเวอร์ชันล่าสุดก็ได้เช่นกัน

Error Code -182

รห ัสความผิดพลาด –182 (“timeout”) นี้จะเกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบ เครือข่าย ซึ่งไม่มีสัญญาณตอบรับหรือขาดการเชื่อมต่อไปเรียบร้อ ยแล้ว คุณจะพบรายงานความผิดพลาดนี้ได้จากการเข้าเว็บไซต์ที ่ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ในเวลาที่ระบบกำหนดไว้ หรือโปรแกรมพวก ftp ที่คุณใช้โอนถ่ายข้อมูลก็เช่นเดียวกัน ปัญหานี้มาจากระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการมีการจราจร ค่อนข้างหนาแน่น จนไม่สามารถตอบสนองได้ทันท่วงทีนั่นเอง

Error Code 0x0000007B

ป ัญหานี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าคุณไม่ย้ายฮาร์ดดิสก์ที่ติดตั้งวินโดวส์ไปใช้กับค อมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ เพราะเมื่อเปิดเครื่องปุ๊บ สักพักก็จะปรากฏรหัสความผิดพลาดแบบนี้ขึ้นมา สาเหตุที่เราไม่สามารถถอดฮาร์ดดิสก์ที่ติดตั้งวินโดว ส์จากเครื่องหนึ่ง ไปใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้ ก็เพราะเป็นข้อกำหนดของวินโดวส์ เอ็กซ์พี ที่จะไม่ตรวจสอบอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ใหม่ทั้งระบบ วินโดวส์ต้องการไดรเวอร์ของเมนบอร์ด ชิปเซต และข้อมูลโพรไฟล์สำคัญของอุปกรณ์ pug & play ที่แต่ละเครื่องจะแตกต่างกันไปตามผู้ผลิตอุปกรณ์เหล่ านั้น ถ้าคุณต้องการใช้วินโดวส์จริงๆ ก็ควรเตรียมฮาร์ดแวร์ให้เหมือนของเดิมทุกประการ เท่านี้ก็ใช้ได้แล้วครับ

Error Code 0x000000A0

เ มื่อคุณสั่งวินโดวส์ เอ็กซ์พีเข้าสู่โหมดจำศีล (hibernate) เพื่อประหยัดพลังงาน แต่ปรากกว่ามีหน้าจอบลูสกรีนแสดงขึ้นมาพร้อมรหัสแสดง ความผิดพลาด นั่นก็หมายความว่า ไดรเวอร์ของ Atapi ไม่สามารถจัดการกับฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ในสภาวะ time-out ได้ในระหว่างขั้นตอน hibernation ปัญหานี้ยังคงเกิดขึ้นกับเครื่องที่ติดตั้งวินโดวส์ เอ็กซ์พี SP1 แต่ถ้าคุณอัพเดตเป็น SP2 แล้วละก็ อาการที่ว่านี้จะได้รับการแก้ไขเรียบร้อย

Error Code 0x0000009F

ถ ้าคุณพบรายงานแจ้งเกี่ยวกับ “ driver Power State Failure” นั่นก็หมายความว่า ส่วนจัดการเปลี่ยนโหมดการใช้พลังงานของพีซีและโน้ตบุ ๊กได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะมักเกิดขึ้นกับไดรเวอร์ของอุปกรณ์ที่ไม่ผ่าน การรับรองจากไมโครซอฟท์ วิธีตรวจสอบให้ใช้คำสั่ง sigverif จาก Start->Run เพื่อเปิดยูทิลิตี้ File Signature Verification ขึ้นมาตรวจสอบไดรเวอร์ของอุปกรณ์ หลังจากนั้นให้อัพเดตโปรแกรมตรวจจับไวรัสและสั่งสแกน เพื่อค้นหาไฟล์ไดรเวอร์แปลกปลอมที่อาจถูกสร้างขึ้นมา จากไวรัสได้

Error Code 0x00000050

ค วามผิดพลาดนี้เกิดขึ้นจากมีการอ้างตำแหน่งพื้นที่ขอ งหน่วยความจำที่ผิด ซึ่งเกิดขึ้นจากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนที่นอกเหนือจากการใช้งานป กติ ทำให้ระบบแจ้งความผิดพลาดขึ้นมา วิธีแก้ไขที่ง่ายที่สุด ให้ถอดอุปกรณ์ล่าสุดที่คุณเพิ่งติดตั้งลงไปแล้วเกิดป ัญหาขึ้นมา จากนั้นเสียบลงไปใหม่และลงไดรเวอร์แล้วสั่งรัน Diagnostic เพื่อตรวจสอบอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อีกครั้ง หากในรายการอุปกรณ์จาก Device Manager ขึ้นสถานะ Disable แล้วละก็ ให้ติดต่อกับทางผู้ผลิต

Error Code 0x8ddd0010

เ ป็นรหัสแสดงความผิดพลาดของ “windows update error” ในระหว่างที่คุณคลิ้กลิงก์ในเว็บไซต์เพื่อจะอัพเดตไฟ ล์ ปรากฏว่าวินโดวส์ เอ็กซ์พี ( SP2) แจ้งความผิดพลาดที่เกี่ยวกับ “http error 500”, “Internal server error” และ error code ดังกล่าวขึ้นมา พร้อมทั้ง IE ขึ้นแถบสีเหลืองแสดงอาการบล็อก Pop-up วิธีแก้ไขคือ เปิด IE ขึ้นมา ไปที่เมนู Tools กดที่ตัว Pop-up Blocker และเลือกที่ Pop-up Settings จากนั้นพิมพ์ http://v5.windowsupdate.microsoft.com ลงไปในช่องอนุญาตเว็บไซต์ที่จะไม่ถูกบล็อก Pop-up คลิ้ก Add เพื่อเพิ่มรายการลงไป และกดปิดหน้าต่างก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

Error Code 0x8ddd0018

ค วามผิดพลาดนี้อาจเกิดขึ้นเพราะ BITS ( Background Intelligent Transfer Service) ถูกยกเลิกการทำงาน ซึ่งจะแสดงขึ้นมาตอนที่โปรแกรมติดตั้ง XP SP2 กำลังรัน แต่ถูกยกเลิกกลางคันด้วย error code ที่ว่านี้ วิธีแก้ไขคือ ให้รัน services.msc หน้าต่าง Run คลิ้กขวาที่รายการ Automatic update แล้วเลือก Properties ที่ช่องของ Startup ให้เลือกเป็น Automatic และกด Apply สังเกตที่ช่อง Status หากเป็น Stopped ให้คลิ้กเลือกเป็น Start ได้จากเมนู Action และทำเช่นเดียวกันนี้กับรายการของ Background Intelligent Transfer Service เพียงแต่ที่ช่อง Startup ให้เลือกเป็น Manual แทน

Error Code 0x800a0046

เป็นหนึ่งในความผิดพลาดท ี่เกิดขึ้นกับ “Windows update” ส่วนสาเหตุนั้นมีหลายอย่าง แต่ขอยกเรี่องของ ‘User Account’ มาเป็นตัวอย่าง หากยูสเซอร์ ล็อกออนเข้าระบบผ่าน Guest หรือผ่านแอ็กเคานต์ที่จำกัดผู้ใช้งานแล้วสั่งอัพเดตว ินโดวส์ก็จะพบกับปัญหาที่ว่านี้ วิธีแก้ control admintools ในหน้าต่าง Run เลือกที่รายการ Computer Management ขยายโฟลเดอร์ Local Users and Groups แล้วเลือกที่ Users จากนั้นเปิดแอ็กเคานต์ที่ใช้เข้าสู่ Windows update ที่แท็บ Member Of ให้ลบรายชื่อแอ็กเคานต์ที่ไม่ได้ใช้ออกไป

Error Code 0x800a138f

ส ำหรับรหัสความผิดพลาดนี้ มาจากการกระทำของไวรัสที่ชื่อ MSBLast ได้เข้าไปแก้ไขข้อมูลบางอย่างในเว็บไซต์อัพเดตหลัก ทำให้บราวเซอร์ IE ของเราใช้การดาวน์โหลดไฟล์ผ่าน SSL (HTTPS) แทนที่จะเป็น Active X จนเกิดความผิดพลาดขึ้นมา วิธีแก้ ให้ลบไฟล์ Temp ของอินเตอร์เน็ต และ Clear History จากหน้าต่าง Internet Options ของ IE

Error Code 0x800b0004

ร หัสความผิดพลาดนี้เกิดขึ้นเมื่อการอัพเดตไฟล์วินโดว ส์ไม่สำเร็จ คือมีการดาวน์โหลดมาแล้วแต่ไม่สามารถดำเนินการต่อไปไ ด้ การแก้ปัญหานั้น ให้เข้าไปที่เว็บไซต์อัพเดตของไมโครซอฟต์ แล้วกดยอมรับ Microsoft Trust Certificate ที่แสดงขึ้นมา ปรับค่า Internet Security ให้เป็น Medium จากหน้าต่าง Internet Option รวมทั้งลบไฟล์ Temp ของอินเตอร์เน็ตด้วย หากยังแก้ปัญหาไม่ได้ ให้ติดตั้งไฟล์รีจิสทรีที่เป็นของ Digital Signatures (.dll) ทับลงไปอีกครั้ง โดยเปิดหน้าต่าง Command จาก Run แล้วพิมพ์คำสั่งดังนี้ Net start cryptsvc (กด Enter) • Regsvr32 softpub.dll • regsvr32 wintrust.dll (กด Enter) • regsvr32 initpki.dll (กด Enter) • regsvr32 dssenh.dll (กด Enter) • regsvr32 rsaenh.dll (กด Enter) • regsvr32 gpkcsp.dll (กด Enter) • regsvr32 sccbase.dll (กด Enter) • regsvr32 slbcsp.dll (กด Enter) • regsvr32 cryptdlg.dll (กด Enter) จากนั้นให้รีบูตเครื่องใหม่ แล้วลองเข้าเว็บอัพเดตวินโดวส์อีกครั้งโดยสั่งให้ระบ บ Automatic Update ทำงาน

Error Code 0x80072ee2

ป ัญหานี้เกิดจาก Host file ในเครื่องคุณไม่สามารถแม็ปเข้ากับ IP แอดเดรสของเว็บไซต์ได้ ซึ่งเป็นการทำงานของ DNS ที่ต้องใช้ Host file ดังกล่าว หาที่อยู่ของเว็บไซต์จริงๆ ให้กับเว็บบราวเซอร์ของคุณ ให้ใช้ Notepad เปิด Host file ขึ้นมา โดยไฟล์นี้อยู่ที่พาธ C:\Windows\System32\Drivers\etc\ เลือกเปิดแบบ All file จากนั้นให้ลบบรรทัดที่มีรายการเกี่ยวกับ Windows Update ปรากฏอยู่ เช่น http://v4.windowsupdate.microsoft.com แล้วให้เซฟไว้ครับ

ขอขอบคุณเจ้าของบทความซึ่งไม่ทราบตัวตน ที่ได้เผยแพร่เป็นวิทยาทานครับ หวังว่าหลายๆท่านคงสามารถแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์ของท่านให้สามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกตินะครับ